ลีซอ อายุ ตอนนี้เท่าไหร่? หลายคนอาจคุ้นชื่อ “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย อดีตกองหน้าทีมชาติไทยที่ฝากผลงานไว้ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ แต่เส้นทางของเขาไม่ได้มีแค่เรื่องฟุตบอลเท่านั้น
บทความนี้จะพาไปรู้จักประวัติของลีซอ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในเส้นทางลูกหนัง ผลงานกับทีมชาติไทย ชีวิตนอกสนาม ไปจนถึงบทบาทหลังจากแขวนสตั๊ด
ลีซอ อายุเท่าไหร่ในปี 2569 พร้อมข้อมูลพื้นฐาน

อ้างอิง: Matichon
ลีซอ หรือ ธีรเทพ วิโนทัย เกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งหมายความว่า ณ ปี พ.ศ. 2569 ลีซอ อายุ 41 ปี โดยตลอดชีวิตค้าแข้งเขาเล่นในตำแหน่งกองหน้าและปีก ด้วยส่วนสูง 1.71 เมตร
สถิติโดยรวมของลีซอ นักบอล วัดกันได้จากตัวเลขอันน่าประทับใจ เขาลงเล่นในลีกรวม 398 นัด ทำได้ 106 ประตู และรับใช้ทีมชาติไทยชุดใหญ่ไปทั้งหมด 48 นัด ยิงได้ 16 ประตู ตลอดช่วงระหว่าง พ.ศ. 2548 ถึง 2565
ลีซอ ข้อมูลฉบับย่อ
ธีรเทพ วิโนทัย (Teeratep Winothai)
อายุ
41 ปี (เกิด 16 ก.พ. 2528)
ส่วนสูง / ตำแหน่ง
1.71 ม. / กองหน้า, ปีก
สถิติลีกอาชีพ
398 นัด 106 ประตู
ทีมชาติชุดใหญ่
48 นัด 16 ประตู
ซีเกมส์
แชมป์ 4 สมัย (2544–2550)
แชมป์ไทยลีก
1 สมัย (เมืองทองฯ 2552)
ฉายา “เจ้าชายมังกรไฟ” จากแฟนๆ บีอีซี เทโรศาสน และ “ตำนานแบกอายุแห่งซีเกมส์”
ประวัติลีซอ จุดเริ่มต้นจากเด็กฝึกหัดสู่ทีมชาติเยาวชน
ประวัติลีซอ เริ่มต้นจากเด็กชายที่หลงรักฟุตบอลตั้งแต่อายุ 8 ปี ขณะเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยมี อาจารย์ทองแดง หรุ่นขำ เป็นผู้ฝึกสอนคนแรก และเขาเริ่มมีชื่อเสียงครั้งแรกจากการพาทีมโรงเรียนคว้าแชมป์นอร์เวย์คัพถึง 3 สมัยติดต่อกัน
เส้นทางในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
ช่วงเรียนมัธยมศึกษา ลีซอ โด่งดังในวงการฟุตบอลนักเรียนกับกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จนเข้าสู่ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีครั้งแรกด้วยวัยเพียง 14 ปี ทั้งที่ต้องแบกอายุมากกว่าตัวเองถึง 3 ปี ก่อนได้ร่วมเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลเยาวชนโลกที่นิวซีแลนด์ ซึ่งเส้นทางนี้เขาเคยเล่าไว้ในบทสัมภาษณ์ว่า เป็นจุดที่ทำให้ตัดสินใจเดินสายอาชีพอย่างจริงจัง
โครงการช้างไทยไปเอฟเวอร์ตัน
ช่วงปี พ.ศ. 2544 ลีซอ ได้เซ็นสัญญากับทีมเยาวชนของคริสตัลพาเลซในอังกฤษ ผ่านการทดสอบฝีเท้า 6 สัปดาห์ ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมเยาวชนเอฟเวอร์ตันในปี พ.ศ. 2547 ภายใต้โครงการ “ช้างไทยไปเอฟเวอร์ตัน” ซึ่งเป็นโครงการที่คัดเยาวชนไทยเพียง 3 คน ได้แก่ ธีรเทพ, สมปอง สอเหลบ และ รัตตพล ปิยวุฒิสกุล
ไทม์ไลน์เส้นทางสู่ตำนาน
- พ.ศ. 2536
เริ่มเล่นฟุตบอลตอน 8 ขวบ
ฝึกฟุตบอลครั้งแรกในชั้น ป.3 ที่กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ภายใต้การดูแลของ อาจารย์ทองแดง หรุ่นขำ
- พ.ศ. 2542
ติดทีมชาติ U17 ด้วยวัย 14 ปี
ผ่านการคัดเลือกทั่วประเทศแบบแข่งขันจริง ทั้งที่อายุน้อยกว่ารุ่น 3 ปี และได้ไปเล่นฟุตบอลเยาวชนโลก
- พ.ศ. 2545
เซ็นสัญญาคริสตัลพาเลซ
ผ่านการทดสอบฝีเท้า 6 สัปดาห์จนได้สัญญาเยาวชนกับสโมสรในอังกฤษ ก่อนย้ายไปเอฟเวอร์ตันช่วงปี 2548
- พ.ศ. 2548
แฮตทริกนัดชิงซีเกมส์
ทำแฮตทริกพาทีมชาติไทยชนะเวียดนามคว้าทองซีเกมส์สมัยที่ 8 ติดต่อกัน พร้อมติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในคิงส์คัพ
- พ.ศ. 2551
ไปเล่นลีกเบลเยียม
ย้ายร่วมทีมเลียร์เซอ ในลีกดิวิชัน 2 เป็นนักเตะไทยเพียงคนที่สองที่ค้าแข้งในลีกเบลเยียม
- พ.ศ. 2565
แขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ
ปิดฉากชีวิตค้าแข้งด้วยนัดสุดท้ายในเสื้อโปลิศ เทโร รวมสถิติลีก 398 นัด 106 ประตู
เส้นทางสโมสรอาชีพกว่า 20 ปีในวงการลูกหนังไทย
หลังจากหวนภพกลับประเทศไทย ลีซอ เริ่มต้นอาชีพกับบีอีซี เทโรศาสนเมื่อปี พ.ศ. 2549 และโชว์ฟอร์มยิง 12 ประตูในฤดูกาล 2551 จนถูกเลียร์เซอ ทีมในดิวิชัน 2 ของเบลเยียม ดึงตัวไปร่วมทีม ทำให้เขากลายเป็นนักเตะไทยเพียงคนที่สองที่ได้ค้าแข้งในลีกเบลเยียม รองจากเอกชัย โพนทองถิ่น
หลังจากนั้นเส้นทางของ ลีซอ นักบอล ก็พเนจรผ่านหลายสโมสรชั้นนำของไทย โดยสรุปได้ในตารางด้านล่าง
| สโมสร | ช่วงปี พ.ศ. | ผลงาน/ความหมายที่โดดเด่น |
|---|---|---|
| บีอีซี เทโรศาสน | 2549–2551 | ยิง 12 ประตูฤดูกาล 2551 จนถูกเลียร์เซอดึงตัว |
| เลียร์เซอ (เบลเยียม) | 2551–2552 | ยิงประตูแรกในเกมชนะ โอลิมปิก ชาร์เลอรัว 3-1 |
| เมืองทอง ยูไนเต็ด (ยืมตัว) | 2552 | คว้าแชมป์ไทยลีก 2552 |
| บีอีซี เทโรศาสน (รอบ 2) | 2553–2554 | รับบทกัปตันทีม ฉายา “เจ้าชายมังกรไฟ” |
| บางกอกกล๊าส | 2555–2557 | ดำรงตำแหน่งกัปตันทีมอีกครั้งในปี 2556 |
| เพื่อนตำรวจ | 2558–2560 | ยิง 11 ประตูจาก 43 นัด |
| แบงค็อก ยูไนเต็ด | 2560–2562 | ยิง 23 ประตูจาก 82 นัด ฟอร์มดีสุดช่วงท้ายอาชีพ |
| ชลบุรี | 2562–2563 | ย้ายแบบยืมตัวก่อนซบถาวร |
| โปลิศ เทโร | 2563–2565 | นัดสุดท้ายของชีวิตค้าแข้ง 27 พ.ย. 2565 |
| ร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด | 2567 | ลงเล่น 1 นัด โดยบทบาทหลักคือที่ปรึกษาทีม |
จากตารางจะเห็นว่า ประวัติลีซอ กับเสื้อของโปลิศ เทโร ปิดท้ายอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเขาลงเล่นนัดสุดท้ายกับนครราชสีมา มาสด้า ในวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ก่อนประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในวันถัดมา ด้วยสถิติรวม 398 นัด 106 ประตู
ผลงานในนามทีมชาติไทย ตำนานแบกอายุแห่งซีเกมส์
ชื่อเสียงของลีซอ ในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติ เริ่มจากการเป็นขวัญใจของแฟนบอลชาวไทยในช่วงทศวรรษ 2000 เขาติดทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ตั้งแต่อายุ 16 ปี และลงเล่นครบ 4 สมัย พาทีมคว้าเหรียญทองได้ทั้ง 4 ครั้ง ทำให้เขาได้รับการขนานนามว่าเป็น “ตำนานแบกอายุแห่งซีเกมส์”
ซีเกมส์ 4 สมัยและแฮตทริกนัดชิงชนะเลิศ
จุดพีคของลีซอ ในเวทีซีเกมส์เกิดขึ้นในครั้งที่ 23 ที่ฟิลิปปินส์ เมื่อเขาทำแฮตทริกในนัดชิงชนะเลิศที่พบกับเวียดนาม ช่วยให้ทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองสมัยที่ 8 ติดต่อกัน โดยรวมแล้วเขาทำประตูในนามทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีในซีเกมส์ได้ทั้งสิ้น 14 ประตู
ชุดใหญ่ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก และการแขวนสตั๊ด
ในระดับทีมชาติชุดใหญ่ ลีซอ ติดธงครั้งแรกในศึกคิงส์คัพ 2005 ที่พบกับลัตเวีย และยิงประตูได้ทันทีในนัดเปิดตัว ต่อมาเขายังมีชื่อทำประตูใส่ญี่ปุ่นถึงประเทศญี่ปุ่นในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก รวมถึงพาทีมคว้ารองแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2008 ก่อนปิดฉากชีวิตทีมชาติด้วยสถิติ 48 นัด 16 ประตู
เกียรติประวัติสำคัญของลีซอ
แชมป์ซีเกมส์ 4 สมัย
ทั้ง 4 ครั้งที่ติดทีมชาติชุดซีเกมส์ ช่วยไทยคว้าเหรียญทองครบทุกครั้ง และทำได้ 14 ประตู
แชมป์ไทยลีก 2552
พาเมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกในช่วงยืมตัวจากเลียร์เซอ
รองแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2008
ช่วยทีมชาติไทยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน
รางวัลตัวจี๊ดแห่งปี 2558
สีสันบันเทิงอวอร์ด จากบทบาทพรรณรายในละครห้องหุ่น งานแสดงสมทบในวงการบันเทิง
ชีวิตนอกสนาม การศึกษา และบทบาทหลังแขวนสตั๊ด
ด้านการศึกษา ลีซอ จบปริญญาตรีจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเขาใช้เวลาเรียนจบถึง 8 ปี เนื่องจากต้องทบทวนบทเรียนระหว่างโปรแกรมลงสนามที่แน่นหนา ขณะที่เบอร์เสื้อ 14 ที่เขาใส่มาตลอดชีวิตการค้าแข้ง มีที่มาจาก พี่วิฑูรย์ ที่มอบให้ตั้งแต่ซีเกมส์ปี 2001 ตามที่เขาเคยเล่าไว้ในการสัมภาษณ์
หลังแขวนสตั๊ด ลีซอ ยังคงอยู่ในวงการต่อเนื่อง ทั้งในบทบาทที่ปรึกษาของร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด และการปรากฏตัวในรายการกีฬาอย่าง 10Fight10 ที่เขาลงชกมวยสมัครเล่น ซึ่งเขาเคยเปิดเผยว่าความฝันต่อไปคือการทำงานบริหารวงการฟุตบอล และมีเป้าหมายที่จะขึ้นเป็นประธานสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในอนาคต
อ้างอิง: FPSThailand
บทสรุป
สรุปแล้ว ลีซอ อายุ 41 ปีในปี 2569 แต่ตำนานของ ลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย ยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เด็กฝึกหัดของคริสตัลพาเลซและเอฟเวอร์ตัน ผ่านการค้าแข้งในลีกเบลเยียม ไปจนถึงการเป็นกัปตันทีมและกองหน้าที่ทำประตูในลีกไทยรวมกว่า 100 ลูก พร้อมเหรียญทองซีเกมส์ 4 สมัย
ประวัติลีซอ คือเรื่องราวของความมุ่งมั่นและการพิสูจน์ตัวเองด้วยฝีเท้าจริง แม้ปัจจุบันเขาจะแขวนสตั๊ดแล้ว แต่เส้นทางใหม่ในวงการฟุตบอลของเขาก็ยังคงเป็นที่จับตามองของแฟนบอลชาวไทยทั้งประเทศ









